Friday, April 25, 2008

love/hate relationship

เมื่อหลายวันก่อน น้อง"สองคนในร่างเดียว" สาวน้อยขี้สงสัย ส่งคำถามถามมาทางเอ็มเอสเอ็นมาเป็นชุดหลังจากที่ไม่ค่อยได้คุยกันมาพักใหญ่ หนึ่งในคำถามที่ยังติดค้างไว้ไม่ได้ตอบกันด้วยเวลาไม่พอ และ หาคำตอบที่เหมาะสมในขณะนั้นไม่ได้คือ

หากเรารู้สึกกับคนๆหนึ่งว่า เขามีแรงดึงดูดให้เราต้องวิ่งไปหา อยากคุยด้วย กับทั้งมีแรงผลักที่เวลาคุยก็ต้องทะเลาะกันทุกคราวไป อย่างนี้แปลว่าอย่างไร นี่เป็นประเภท "กรรมสัมพันธ์" เป็นโจทย์ที่ต้องมาเจอกันอีกหรืออย่างไร

หากจะให้ตอบกันแบบง่ายๆ กำปั้นทุบดิน คงต้องตอบน้องว่า "ใช่" เพราะไม่เคยมีเหตุบังเอิญในโลกนี้ คุณไม่สามารถบังเอิญมาเจอคนๆหนึ่งแล้ว เกิดความรู้สึกสนใจ อยากจะสนิทสนมให้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อคุยด้วยก็ต้องทะเลาะ เสียความรู้สึก และเสียใจอยู่ร่ำไป แต่อยากจะตัดเขาออกไปจากวงจรชีวิตก็ทำไม่ได้ และไม่เคยทำได้

คำถามที่น่าจะต้องถามต่อ คือ แล้วจะทำอย่างไรดีกับความสัมพันธ์ในลักษณะนี้
ถ้ายังต้องอยู่ในวงจร love/hate relationship แบบนี้อยู่ แล้วจะหลุดออกไปจากวงจรแบบนี้ได้หรือไม่

ถ้าเห็นด้วยว่า ไม่มีเหตุบังเอิญในชีวิต ก็คงต้องถามตัวเองกลับไปว่า เราได้สร้างเหตุอันใดให้ต้องมาเจอกับคนแบบนี้ และสถานการณ์แบบนี้

I had to do something which lead me to meet this guy!!

ไม่ต้องนึกสงสัยย้อนหลังไปไกลถึงภพอื่น ชาติที่แล้วให้ปวดสมอง และยังพิสูจน์กันไม่ได้ เอาเป็นว่า คิดเล่นๆ ย้อนหลังกันดู ตัวเรามีอุปนิสัยอันใดที่เป็นเหตุให้เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นมาได้ เคยได้อาละวาด ขัดใจ ทั้งอยู่ในใจ และแสดงออกมา เมื่อมีความคิดเห็นที่ขัดแย้ง หรือเอาง่ายๆ เราได้เคยสร้างเสริมประสบการณ์ทั้งรักทั้งเกลียดแบบนี้ไปให้ใครบ้างไหมในชีวิตที่ผ่านมา

นึกๆๆๆดู..เห็นไหม แค่นี้ยังต้องใช้เวลานึก ไม่ต้องจินตนาการไปถึงชาติอื่นๆเลย

เขาก็แค่เป็นตัวแปรหนึ่งตัวที่ฟิตเข้าไปในสมการที่ตั้งรอท่าไว้สำหรับเราแล้ว ตัวแปรนี้เป็นใครก็ได้ ทีมีคุณลักษณะเข้ากับที่ว่างในสมการของเรา ไม่จำเป็นต้องเป็นคนๆเดิมที่เราเคยมีปฎิสัมพันธ์มาในอดีตก็ได้

ดังนั้น สิ่งที่ควรจะค้นหา คงมิใช่ เขาคนนี้ที่เราเจอ เคยมีความเกี่ยวข้องกันมาอย่างไร หรือไม่ ถึงได้กลับมาเจอกันอีก แต่คำถามที่น่าจะต้องรีบตอบให้ได้ก่อน คือ เราได้เคยทำอะไรให้ใครอื่นรู้สึกแบบนี้หรือเปล่า เหมือนจะปล่อยออก แต่ก็ดึงไว้ เหมือนจะบอกว่าชอบ แต่ก็ปฎิเสธ รู้สึกดีด้วย แต่ก็อาละวาดใส่

ขอให้ลองมองหา "โจทย์" ส่วนตัว ที่มีอยู่ในตัวเองนั่นแหละ คือคำตอบ ที่จะพาตัวเองหลุดออกไปจากความสัมพันธ์แบบนี้ ด้วยการตั้งใจจะไม่ทำแบบเดิมๆอีก
แล้วตั้งใจจะดึงตัวเองไปในทิศทางตรงข้ามให้ได้ เริ่มต้นที่มีความเมตตาเป็นที่ตั้งกับคู่กรณีปัจจุบันของเราก่อน

แล้วถึงเวลานั้น ความสัมพันธ์จะแปรเปลี่ยนไปในรูปแบบไหน ก็คงได้รู้กัน

แต่อย่างไรก็ตาม ขอพึงระลึกถึงวาทะยอดนิยมของ "(อดีต) คุณสันตินันท์" ที่น้องคงเคยผ่านตามาอยู่บ่อย

"ในระหว่างเส้นทางเดินนั้น หากพบคนที่ควรร่วมทางเดินไปด้วยกัน ก็เดินเป็นเพื่อนกันไป แต่หากไม่พบเพื่อนร่วมทางที่ดี ก็ควรนึกถึงพุทธภาษิตบทหนึ่งที่ว่า
" เอโก จเร ขักคะ วิสานะ กัปโป-พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด"

อันมีขยายความต่อท้ายว่า เมื่อมีความเกี่ยวข้องกัน ความเยื่อใยก็ย่อมมี ทุกข์ย่อมเกิดมา ผู้เล็งเห็นโทษ ควรเที่ยวไปคนเดียวเหมือนนอแรด

หวังว่า คงได้คำตอบบ้างนะจ๊ะ
Happy Valentine

0 Comments:

Post a Comment

<< Home