Friday, April 25, 2008

เพี้ยน

เธอจ๋า...

ที่จริงฉันแอบหวั่นใจนิดนึง (เท่านั้น) กับหนังเรื่องที่เธออยากจะดู ก็ไอ้เรื่องที่เพิ่งจะได้รางวัลเรื่องนั้นแหละ พี่ๆนักวิจารณ์หนังทั่วฟ้าเมืองไทย ต่างพากันยกย่อง ซาบซึ้ง เพลงประกอบก็ไพเราะ ดั่งบทกวี ออกมาเป็นเพลง นี่ไม่นับพี่ๆ รอบตัวทั้งหลาย ที่พากันมาพูดกรอกหูให้ฟัง แถมยังครองใจ วัยรุ่นเด็กแนว เด็กสยามทั้งหลาย เป็นสาวกของหนังเรื่องนี้ไปหมดแล้ว ถ้าเป็นหุ้น ก็ตลาดแตกไปแล้วแน่

เรื่องของเรื่อง คือ ฉันนะก็เป็นพวกรสนิยมเพี้ยน เธอก็รู้อยู่ มีมากมายหลายครั้งที่ฉันก็เหมือนชาวบ้านทั่วๆไป ที่ถูกปั่นด้วยข้อเขียน หรือข้อมูลต่างๆ ที่(ดันเผลอ)บริโภคเข้าไป เผลอตัววิ่งไปดูหนังระดับกวาดรางวัลมาแล้วทั่วทุกสารทิศ หรือ อ่านบทวิจารณ์หนังแล้วซาบซึ้งตรึงใจ จนอยากวิ่งไปดู หรือ อ่านแล้วเกิดความรู้สึกว่า ฉันไปดูหนังเรื่องนี้แล้วช่างแสนเท่ ติสต์สุด ก็เคยทำมาแล้ว ขอสารภาพแบบเหนียมๆหน่อยเหอะ

แต่นั่นแหละ ฉันก็พบว่า มีหลายๆครั้งที่รสนิยมในการดูหนังของฉัน ช่างเป็นกระแสรอง สวนทางกับมหาชน แล้วแถมยังสวนทางกับพี่นักวิจารณ์ทั้งหลายร่วมด้วยช่วยกันเข้าไปอีก หลายๆเรื่องที่ชาวบ้านเขาชอบๆกัน ฉันดูไปหาวไป แอบดูนาฬิกาไป หรือออกจากโรงมาแบบมึนหัวตึ๊บ และสงสารตัวเองน้ำตาแทบร่วง ที่มาใช้เวลา 120 นาที กับการทรมานตัวเอง

จริงๆ นะเธอ เอาแบบที่นึกๆได้ตอนนี้นี่ก็มีอยู่ 4-5 เรื่องแล้ว ฉันจะไล่ให้เธอดู

1. lust, caution (2007) เพิ่งผ่านโรงมาหมาดๆ ครองใจนักวิจารณ์ และผู้ชม ทั่วไป ฉันก็อุตสาห์ฝ่าฝัน เด็กๆ rca ทั้งหมาย พุ่งไปดู ที่ house rca ( uncensor version ด้วยนะเธอ....เหอๆๆ ) ในคืนวันสิ้นปี

แล้วก็ออกมาในวันปีใหม่แบบเหี่ยวระทม เหมือนโดนรถบดถนน บดซะแบนติดถนน เอ้า...จริงๆนะ พี่ผู้กำกับแกสามารถทำให้ฉันรู้สึกเหมือนนอนอยู่กลางถนน แล้วมีรถบดถนนมาบดทับ อัดบี้แบนเป็นปลาหมึกแห้งแบนแต๋อยู่กลางถนนจริงๆ

ผสมกับไอ้ฉากประเภท"เอากันให้ตาย" (ไม่ใช่แบบหนังบู๊นะ ) แบบอึดอัด ยาวนาน แทบจะหายใจไม่ออก ทำเอาฉันหงิกกลับบ้านในวันแรกของปีเชียว

อ้อ..พี่นักวิจารณ์คนหนึ่ง เขียนไว้ขำๆ ว่า หนังเรื่องนี้ผู้สร้าง ควรขึ้นซับไตเติ้ลคำเตือนไว้ว่า ท่าที่ใช้ในหนังเรื่องนี้เป็นเพียงการแสดงเท่านั้น กรุณาอย่าเลียนแบบ อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และกระดูกสันหลังได้!!!

2. แฟนฉัน (2003) - ไม่อิน ทั้งเพลง ทั้งมุขที่เขาชอบกัน เช่น เล่นกระบี่ไร้เทียมทาน มุขบนรถเมลล์ ฯลฯ แอบเสียดาย ที่ไม่ได้ดู โดราเอมอน ที่เข้าฉายพร้อมๆกันมากกว่า

3. Brokeback Mountain (2005) พี่อั้งลี่เจ้าเก่าอีกแล้ว ถึงแม้หลายๆคนที่ดู จะก้าวผ่านความเป็นหนังชายรักชาย และเห็นว่าเป็นรักแบบ universal ที่สื่อสาร เรื่องรักหนึ่งลึกซึ้งตราตรึงไปชั่วชีวิต สาวๆ และหนุ่มๆทั่วโลก หลั่งนำตาให้กับฉากจบที่ พี่ ennis เปิดเข้าไปดูในห้องของพี่ Jack ที่ตายจากไปแล้ว เอาแจ๊กเก็ตของพี่ jack ขึ้นมาโอบไว้แนบอก ...ฮือ ฮือ ฮือ

แต่ฉันไม่อินด้วยแฮะ.....เพราะมัวแต่แอบไปคิดทุกครั้ง ว่าผู้ชายทั่วไปที่ตูรู้จัก เวลาเขาอยู่กันอย่างเปลี่ยวเหงาสองคน จะเป็นแบบนี้ไหมหนอ (ใครตอบได้ช่วยตอบที) และโทษที สำหรับพี่ เพื่อนชาวเกย์ทั้งหลาย หนูยังไม่อินกับหนังเรื่องโปรดของพี่อ่ะ...

0 Comments:

Post a Comment

<< Home