Thursday, November 27, 2008

คุณและฉัน เราต่างเป็นญาติกัน

ถ้าเชื่อว่า ทุกสิ่งในชีวิตไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ลองคิดดูเล่นๆว่า กว่าเราจะได้มาอ่านข้อความนี้ เราเป็นหนี้บรรพบุรุษของเรามาแล้วกี่คน

นับถอยหลังไป 8 ชั่วอายุคน หรือประมาณยุคต้นรัตนโกสินทร์ จะต้องมีคน 250 คนมาสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมกัน จึงจะได้มาเป็นคุณในปี พ.ศ.นี้ ไม่เชื่อลองเขียนแฟมิลี่ทรีเล่นๆดูสิ นี่นับกันเฉพาะคุณและ พ่อแม่ และพ่อแม่ของพ่อแม่ ไล่ขึ้นไป 8 ชั่วอายุคนนะ

ถ้าไล่กันไปประมาณถึงสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ ประมาณยุคของกาลิเลโอ จะต้องมีบรรพบุรุษเพื่อเตรียมผลิตคุณในวันนี้ถึง 16,384 คน ถ้าไล่ขึ้นไปถึง 20 ชั่วอายุคน คนที่ให้กำเนิดลูกหลาน เพื่อมาเป็นคุณในวันนี้ จะต้องมีถึง 1,048,576 คน ( นับคร่าวๆ แค่พันล้านคนเอง ) และถ้าย้อนกลับไปถึง 64 ชั่วอายุคน จำนวนคนกว่าจะมาเป็นคุณตัวเป็นๆ ได้จะมีถึง 1,000,000,000,000,000,000 คน

เอ๋...อะไรกันนี่ หรือเราจะตั้งสมการผิด นี่โลกเราเคยผลิตคนออกมาเยอะแยะขนาดนี้เชียวหรือ

แต่ไม่ใช่หรอกคะ ....คำตอบคือ ในโลกนี้ เราไม่เคยมีสายพันธ์บริสุทธ์หรอก แน่นอนเราจะไม่ได้เกิดขึ้นมาแน่ๆ หากบรรพบุรษในอดีตไม่มีการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมกัน ( ฟังดูวิชาการดีจัง) ระหว่างตระกูลเดียวกัน หรือว่าวงศ์ญาติใกล้เคียง เช่น แต่งงานกับลูกพี่ลูกน้อง ญาติใกล้ๆ หรือ ญาติห่างๆ ที่จริงแล้ว ถ้าอยู่ในประเทศเดียวกัน โอกาสที่เราจะมีบรรพบุรุษร่วมกันนั้นเป็นไปได้สูงมากๆ ดังนั้น เราอาจพูดได้ว่า เราทุกคนเป็นญาติกันทั้งนั้นแหละ

ที่จริงแล้ว ในทางชีววิทยา 99.9 % ของยีนมนุษย์นั้นเหมือนกัน ความต่างของมนุษย์โลกในระดับยีนอยู่ที่ 0.1% ที่เหลือนั่นแหละ

ไม่น่าเชื่อเลยว่า ไอ้เจ้า 0.1% ที่เหลือ จะสร้างความต่างในระดับมหึมามหาศาล คำสั่งรหัสในการสร้างยีนของมนุษย์เรา โดย DNA นั้นมีถึง 10 ยกกำลัง 3 พันล้าน ซึ่งจะเป็นการประกันว่า หากจับชุดคำสั่งหรือ ดีเอ็นเอ มาเรียงสลับกันแล้ว จะไม่มีใครสามารถเหมือนกับใครได้เลย

ดังนั้นในอีกแง่หนึ่ง เราต่างคล้ายกัน แต่เราไม่เคยเหมือนกัน

ในทางกายภาพ เราเลยมีรูปร่าง ผิวพรรณ หน้าตา คล้ายกัน ถูกจัดให้อยู่ในเชื้อชาติเดียวกันได้ หรือเราอาจจะมีหน้าตาไปคล้ายกับใครบางคนที่อยู่กันคนละมุมโลก หรือ ดูมีความเหมือนกับบุคคลคนละเพศกับเราก็เป็นได้ ที่สำคัญ เรายังมีความต่างในทางความคิด ที่ทำให้เราแบ่งแยกกันออกมาอีก อันนี้ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความต่างเสียยิ่งกว่าดีเอ็นเอ

เพราะถึงแม้ หน้าตาของเราจะคล้ายคลึงกันขนาดไหน แต่ถ้าเราคิดไม่เหมือนกัน เราก็อยู่กันคนละข้างแล้วละ !

อย่ากระนั้นเลย เอารูปมาให้ดูกันเล่นๆดีกว่า ยืนยันทฤษฎี 99.9 % ที่ www.myheritage.com ดูกันสิว่า เราจะหน้าตาไปคล้ายๆ ใครในอีกคนละมุมโลกได้หรือเปล่า จะว่าไปตามทฤษฎี (ที่ยังเถียงกันอยู่) ก็บอกว่า มนุษย์ทั้งโลกวิวัฒนาการมาจากสายพันธ์เดียวกันทั้งนั้น

หรือว่า จะลองเล่นดูว่าหน้าตาเด็กๆของคุณจะ เหมือนพ่อ/แม่กันคนละกีเปอร์เซ็นต์ก็ยังได้ ( lookalike meter ) จะได้ไม่ต้องมานั่งเถียงกันว่า นี่ลูกฉันหรือลูกเธอ กันแน่

อันนี้ ลองเอารูปน้องสาวห่างๆกันมาเล่นดู นะ...เห็นไหม แอบดีใจ หน้าเหมือนน้องเจสสิกา อัลบา ตั้ง 71% เชียวนะ ( อันที่จริง นอกจากจะหน้าเหมือนแล้ว ยังมี body เหมือนกันในระดับกว่า 90% ..อันนี้ตอนน้องเจสสิกา เค้าเพิ่งคลอดลูก พุงยังไม่ยุบ แขนยังใหญ่อยู่นะ )

เท่านั้นยังไม่พอ ลองต่อไป ขโมยรูป น้องอีกคนมาเล่น อ่ะ...เหมือนเคียวโกะ ฟูกาดะ กับ นาเอมิ อามุโร เชียวหรือนี่

งั้นพิสูจน์ทฤษฎีต่อไป..เฮ้ย เจอเนื้อคู่แล้ว เขาว่า เราหน้าเหมือนใคร จะเป็นคู่กันนี่นา...จะรอน้อง Harley Joel Osmond โตเป็นหนุ่ม แล้วมาร้อง I see dead people อยู่ข้างหูเรา ( โรแมนติคไหมเนี่ย ) หรือ รอพี่แวมไพร์ แองเจิล david boreanaz มางับคอดี อิอิ...

สงสัย ...ไม่ซอฟแวร์ก็ฉันท่าจะเพี้ยนแล้วแฮะ

Wednesday, November 26, 2008

MOBILE RECODER UNIT

Mobile Recorder Unit

Mobile Recorder ไหนๆ ก็เอารูปลงแล้ว เขียนถึงซะหน่อย


เจ้ากล่องนี้ เป็นตัวทดลองทำ Mobile Recording Unit สำหรับคนที่สนใจจะทำไฟล์เสียงไว้ใช้งานอย่างค่อนข้างจริงจังคะ ตัวอย่างเช่น ต้องการอัดเสียงอ่าน สำหรับหนังสือ หรืองานเขียนที่เราสนใจ หรือ ทำเป็นไฟล์เสียงให้โรงเรียนคนตาบอด แต่ปรกติ ถ้าไม่ได้ไปอ่านที่ห้องอัด ใช้วิธีอัดเสียงเองกับไมโครโฟนตัวเล็กที่บ้าน หลายๆคนมักจะประสบปัญหา เสียงรบกวน จากข้างๆห้อง จากแอร์ที่เปิดไว้ เสียงพัดลม หมาเห่า ฯลฯ
ดังนั้น เหล่าสหายทางธรรมทั้งหลาย เลยพากันออกไอเดียว่า น่าจะทดลองสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการอัดเสียงง่ายๆที่บ้านขึ้นมาบ้าง คุณยอด เลยมาแนะนำไอเดีย จากเว็บของพี่ฝรั่งhttp://digitalproducer.digitalmedianet.com/articles/viewarticle.jsp?id=89503&afterinter=true ซึ่งลองดูแล้ว ก็ใกล้ๆกับที่อยากลองทำกัน เลยออกมาเป็นดังนี้

1. กล่องผ้าใส่ของเอนกประสงค์ ซื้อที่ร้านจิฟฟี่ ในปั๊มเจ็ท/ป.ต.ท. ราคาประมาณ 260 บาท
2. ฟองน้ำรูปไข่ สำหรับดูดซับเสียงสะท้อน แผ่นละประมาณ 260 บาท ใช้ไป 2 แผ่น
3. ไมโครโฟน Samson รุ่น C03U เป็นแบบ USB เสียบเข้าคอมพิวเตอร์โดยตรง การันตีโดยกูรูด้านไมค์ แล้วว่า รุ่นนี้ใช้งานไม่เสียใจ เสียงออกมา เต็มอิ่มมีมิติ ไม่ต้องมิกซ์ใหม่ ราคาประมาณ 4400 บาท พร้อมทั้ง ฐานรองและขาตั้ง ซื้อแยกต่างหาก ราคาประมาณ 800 บาท
รายการที่ 1-3 ได้รับการอุดหนุน และซับซิไดซ์มาจากคุณพี่เพนกวิน ทั้งสิ้น ข้าพเจ้าลงแรงแต่อย่างเดียว

วิธีการทำ : จัดการเจาะรู ที่ก้นกล่องก่อน 2 รู รูที่หนึ่งสำหรับสอดขาตั้งไมค์ขึ้นมาได้ กับอีกรูหนึ่งไว้สำหรับสอดสาย USB ของไมค์ขึ้นมาได้
ตัดฟองหน้าที่เตรียมไว้ บุผนังกล่องทั้ง 3 ด้าน ใช้เทปกาวสองหน้าแบบแรงยึดสูงติด
หลังจากนั้น ก็สอดขาตั้งขึ้นมาจากพื้น ใส่ไมค์ลงไป เสียบสาย USB ที่ก้น(ไมค์สิคะ)ให้เรียบร้อย ขยับให้เข้ากับพื้นที่ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาทำจริงๆ (ไม่นับตอนพักอู้ ) ไม่น่าเกิน หนึ่งชั่วโมงคะ

ขั้นตอนหลังจากนี้ คือ การลองทดสอบการใช้งาน โดยทดสอบในเบื้องต้นแล้ว พบว่าตัดเสียงรบกวนได้ในระดับดีมาก ถึงแม้จะอยู่ในห้องที่มีแอร์แก่ๆ เสียงดัง แต่ก็ยังอัดเสียงได้อย่างชัดเจน มีความลำบากในการอ่านบ้างเล็กน้อย เนื่องจาก ต้องมีหนังสืออยู่ใกล้ๆ ซึ่งจะเข้าไปชนกับกล่องได้

ในการทดลองรุ่นถัดไป น่าจะต้องมีการติดปีกเสริมด้านข้าง เพื่อให้มีพื้นที่ในการอ่านได้มากขึ้น

การทดสอบการใช้งานจริง : กำลังถูกดำเนินงานทดลองใช้งานจริงโดยคุณดีเจเหมียว ณ getdivas ที่กำลังขมักเขม้นอ่าน"รักแท้มีจริง" ให้อยู่ ผลเบื้องต้นที่ได้มา ค่อนข้างน่าพอใจในระดับหนึ่งค่ะ เสียงใส ชัด เสียงรบกวนน้อย แต่ผลที่ได้ยังไม่คงที่ มีความแตกต่างของเสียง และเสียงรบกวนระหว่างการอัดแต่ละครั้งอยู่ ถ้าหาและกำจัดตัวแปรต่างๆออกจากระบบได้แล้ว ได้วิธีการอ่าน และ จัดวางอุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุด จะเอามารายงานให้ทราบต่อไปนะคะ

Double Chocolate Oreo Icecream

Double Chocolate Oreo Icecream

แสนง่ายมากคะ สูตรนี้ ประยุกต์มาจากสูตรไอศครีมนมสด โอริโอของเพื่อนคนหนึ่ง แต่ของเราชอบแบบช็อกโกแล็ตมากกว่า เตรียมของดังนี้เลยคะ

โอรีโอ แบบดับเบิลช็อกโกแล็ต เลือกดูๆ ล็อตที่ไม่มีปัญหาเมลานีนนะคะ

นมสดรสจืด 400 ml ( ประมาณครึ่งขวดก็ได้คะ เอาง่ายๆ )

Whip Cream 400 ml ( ก็ครึ่งกล่องโดยประมาณ เช่นเดียวกัน ถ้าใครไม่ชอบไอศรีมรสนมเข้มข้น ปรับสัดส่วนระหว่างนม และวิปครีมลงได้คะ )

ส่วนนมที่เหลือ กะวิปครีมอย่างละครึ่งขวด ก็เอาชงลาเต้กินตอนเช้าซะดีๆ

น้ำตาลทรายขาว ครึ่งถ้วย ผงโกโก้ 3 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 2 ฟอง

ขั้นตอนการทำ -

1. แกะเอาโอรีโอ แยกครีมกับส่วนขนมปังออกมา บิโอรีโอให้หนึ่งแผ่นได้เป็นชิ้นเล็ก 8 ชิ้นโดยประมาณ ถ้ามันเละมาก ดูไม่ค่อยสวย ก็เอาใส่ปากไปบ้างก็ได้

2. เอาส่วนผสมนม วิปครีม น้ำตาลทราย ครีมช็อกโกแล็คโอรีโอ และผงโกโก้ เทรวมกันในหม้อ ตั้งไฟ

3. คนไปเรื่อยๆนะคะ จนกว่าไอ้ส่วนผสมทั้งหลายของเราจะละลายเข้ากัน ระหว่างนั้นเอาไข่ออกมา ตอกไข่ใส่ภาชนะ ใช้ตระกร้อคนสักหน่อย พองาม

4. พอส่วนผสมนมเริ่มร้อน มีควันขึ้น ค่อยๆเทส่วนผสมนมลงในภาชนะที่ตีไข่ไว้ เทลงไปสักครึ่งนึงนะคะ ใช้ตระกร้อคนให้เข้ากัน ระหว่างนั้นก็อย่าเผลอให้ส่วนผสมนมที่เหลืออยู่ไหม้ละคะ ดูๆด้วย

5. เทกลับลงไปในไอ้หม้อนั่นแหละ ทำให้มันยุ่งไว้อย่างนั้นแหละ คือที่จริงกันไม่ให้มันกลายเป็นไข่ตุ๋นช็อกโกแล็ตคะ ถ้าคุณเผลอใส่ไข่ลงไปในส่วนผสมร้อนๆทั้งหมดที่เดียว

6. ทีนี้ค่อยๆคนไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมเหนียวข้น เป็นหนูหนืดนิดๆ พอเคลือบติดไม้คนของเรา ก็ใช้ได้ปิดไฟ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นได้คะ

7. พอมันเย็นลงหน่อย ค่อยเอาส่วนผสมแช่ตูเย็นให้เย็นจัดคะ อย่าเอาเข้าตู้เย็นทันทีนะคะ มันจะเปลืองไฟตู้เย็นมากคะ ช่วยกันประหยัดพลังงานหน่อย ทิ้งไว้สักประมาณ 2-3-4 ชั่วโมง ( ตามกำลังตู้เย็น และความว่างของผู้ทำ)

8. ทีนี้ละ ..ถ้าที่บ้านไม่มีเครื่องทำไอศครีมก็ต้องเข้าสู่ ManualMode เอาส่วนผสมนมของเราไปแช่ช่องแข็งให้ส่วนผสมเริ่มจับตัวกันเป็นเกล็ดเล็ก แล้วก็ต้องเอาออกมา ใช้ซ่อม (ใหญ่ๆ และแข็งแรงหน่อยก็ดีคะ ) หรือ ไม้พายก็ได้ กวนๆๆๆๆมันเข้าไป อันนี้เพื่อให้มีอากาศเข้าไปในเนื้อไอศครีมของเราคะ จะได้กินไอศครีมเนื้อเนียนนุ่ม เหมือนผิวสาว(ข้างบ้าน) แล้วก็รีบยัดมันกลับเข้าในช่องแข็ง เหล่ๆดูพอมันกลับมาใกล้ๆจะแข็ง ก็เอาออกมากวนๆใหม่เช่นเดิม ทำอย่างนี้อยู่สัก 4-5 รอบ หรือจนกว่าแขนจะหลุด ถึงค่อยแช่เย็นโดยไม่ต้องไปยุ่งกับมันอีก

อันนี้ถ้าขี้เกียจจะได้เป็นหวานเย็นช็อกโกแล็ตแบบเป็นเกล็ดน้ำแข็งโตๆแทนนะคะ เลือกเอา..

9. ถ้ามีเครื่องปั่นไอศครีมที่บ้าน ( เช่นข้าพเจ้า...เย้..ดีใจจัง ไม่ต้องกวนกล้ามโต ) ก็เอาส่วนผสมข้อ 7 เทเข้าเครื่องปั่นอัตโนมัตโตะได้เลย อ่านหนังสือรอ ประมาณ 20-30 นาที ก็ตักออกเอาใส่ภาชนะใส่ไอศครีม ( สามารถเก็บกล่องเก่ายี่ห้อ สเวนสัน เอ้ย สเวนเส่น บัดสส์ หรือ ฮากันแดก อะไรพวกนี้ไว้ใช้ก็ได้คะ เวลายกไปกินที่อื่นเผิ่อจะทำไม่รู้ไม่ชี้ เนียนๆไปได้ )

อ้าว...เกือบลืม โอรีโอ ที่บิๆเอาไว้ ใส่ลงมาซะดีๆ ไม่ใช่เผลอเอาไปกินเล่นหมดแล้วนะคะ ใส่ตอนที่ตักโอศครีมที่ได้ที่แล้วลงกล่องคะ กวนๆ เกลี่ยๆซะหน่อย ให้โอริโอกระจายไปให้ทั่ว

10. แช่ช่องแข็งให้เนื้อไอศครีม setting ไว้ประมาณ 1 คืนคะ จากนั้นก็ตักมาหม่ำๆกันได้สบายใจ คลายร้อนใจนะเจ้าคะ :)