มีไหม มีไหม
เปิดดูข่าวทีวีวันนี้แล้ว ถึงกับมึนงง
เกิดอะไรขึ้นกับผู้คนวันนี้กันหนอ ด้านหนึ่ง มีคนตื่นเต้น ติดตามดีใจ กับการที่ใครคนหนึ่ง กำลังจะขึ้นเครื่องบินกลับเมืองไทย
ด้านหนึ่งมีผู้คน หวาดวิตก รังเกียจ และหวั่นเกรงกับคนๆหนึ่งที่กำลังจะเดินทางกลับเมืองไทย เหมือนกัน
นี่มันช่างสุดโต่งทั้งสองข้างจริงๆ
ดูข่าวแล้วเหนื่อยใจ หันมาเปิดฟังซีดีของหลวงพ่อ ปราโมทย์ ปราโมชโช แห่งสวนสันติธรรม แล้วใจชุ่มชื่นขึ้นมา
ฟังหลวงพ่อพูดถึงความสุดโต่งทั้งสองด้าน ด้วยภาษาง่ายๆ ว่า ความสุดโต่งมีอยู่สองข้าง คือ ด้านหนึ่ง คือ พวกหลงไปโลก ทั้งหลาย กับความสุข ความเพลินเพลินยินดี วิ่ไปแสวงหาความสุขต่างๆนานา กับอีกด้านหนึ่ง คือ พวกบังคับกายบังคับใจไว้ ห้ามโน้นนี่เอาไว้ ทั้งจิตใจและกาย เพื่อหวังจะให้พ้นทุกข์
ทั้งสองเส้นทางนั้น ไม่สามารถนำไปเส้นทางแห่งความพ้นออกจากทุกข์ได้ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีอีกพวก
อันเป็นพวกฉลาด (แต่ไม่เฉลียว) เห็นว่า ทั้งสองเส้นทางนั้น ก็ยังไม่สามารถพ้นจากทุกข์ไปได้ เลยเลือกเอา เส้นทางของการประคองใจให้พ้นจากทุกข์ ให้พ้นจากความเปื้อนแปดทั้งหลาย หรือ พยายามอยู่ให้เหนือโลกไป
ฟังแล้วจิตใจก็แอบเปรียบเทียบกับสังคมปัจจุบันขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ในขณะที่เรามีทั้งพวก เรารักทักกี้ กับพวกรังเกียจทุนนิยมสามานย์ ปะทะกันทางความคิดอย่างสุดขั้ว และนับวันจะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย
กับแอบมีพวก ขอลอยตัวอยู่เหนือโลก เหนือปัญหาต่างๆ ทั้งสองพวกนั้น ดูเหมือนจะแย่พอกัน งั้นเราก็หลีกหนีมันทั้งสองด้าน ขอลอยตัวอยู่ในกำแพงโลกของตัวเอง
ถ้าในทางธรรม พระพุทธเจ้า ได้ค้นพบแล้วว่า เส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ไม่ใช่ทั้งสุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง ทั้งไม่ใช่การประคองใจ ให้พ้นจากความปรุงแต่งต่างๆ
แต่เป็นเส้นทางสายกลางแห่งการปฏิบัติ ที่ไม่หลงไป ไม่บังคับไป และด้วยการเข้ามาเรียนรู้ ที่กายและใจของตัวเอง จึงเป็นเส้นทางแห่งการพ้นทุกข์ได้ในที่สุด
แล้วทางการเมืองเล่า ........จะมีเส้นทางแบบนี้ไหมหนอ ??
(23 ก.พ. 51 )

0 Comments:
Post a Comment
<< Home