Thursday, August 21, 2008

เรื่องรักส่วนตัว

แฮ่ม...ขอละเมิดกฏออนไลน์ประจำตัว เขียนเรื่องชีวิตส่วนตัวสักครั้ง

ช่วงนี้ชีวิตพบเจอกับเรื่องรักๆ ทั้งรักเริ่ม รักแท้(มีจริง) แล้วก็รักร้าง ของทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นกลาง และรุ่นเล็ก

พวกรักเริ่ม กลัวกล้าๆ จะเดินหน้า หรือ จะวิ่งหนีดีนี่ ข้าพเจ้าได้แต่แอบยืนโบกธงเชียร์ให้กำลังใจอยู่ข้างๆเวที ไม่เริ่มก็ไม่ผ่านนะคะ..คุณขา บางทีมันก็เป็นแบบทดสอบของชีวิตที่เป็นเรื่องจำเป็นต้องเรียนรู้ และซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง เหมือนเรียนหนังสือมาตั้งเยอะ ถ้ามัวหนีไม่ยอมไปสอบ แล้วเมื่อไรจะสอบผ่าน เรียนจบกันเล่า .ฮึ ฮึ

คงต้องรีบไปอ่านหนังสือ "รักแท้มีจริง" ที่วางแผงทั่วไป และเปิดตัวกันไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันนี้ ( เชียร์ เชียร์.. สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่าน) ถึงวันนี้ ยังไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นรักแท้ได้หรือเปล่า แต่อย่างน้อยเราก็ได้พยายามปัจจุบันให้ดีที่สุดแล้ว เหมือนที่พี่เขาว่าไว้ว่า ใครสองคนที่ได้อยู่คู่กันนั้น ไม่ใช่เพียงเพราะโชคดี หรือเป็นเหตุบังเอิญ หรือสุดท้าย หากมีเหตุให้ต้องจากกัน จะได้จากกันด้วยดี ไม่มีใครต้องบอบช้ำ

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันก็แอบใจแกว่งไปอยู่หลายวันเหมือนกัน เมื่อได้ยินข่าวรัก(ทำท่าว่าจะ)ร้าง ของน้องแฝดคู่ขนานต่างเพศ เรียกว่าน้องแฝดเพราะช่างมีชีวิตได้เหมือนกันเชียว

ที่ทำให้เศร้านิดๆ เพราะเห็นความยึดติดของตัวเอง ที่อยากให้เรื่องของเจ้าน้องแฝดสามารถมีตอนจบที่ต่างออกไปได้ แต่สถานการณ์ล่าสุด ดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้ยากเสียแล้ว

ที่จริงแล้ว สิ่งที่ทำให้ยากที่สุด สำหรับเรื่องรักต้องจาก ในมุมมองของฉัน คือ เรามักจะไม่ยอมรับสิ่งที่มันเกิดขึ้น และเฝ้าร่ำร้องว่า ทำไมมันไม่เป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น คิดไปคิดมาแล้วก็..

ทำไมมันไม่เป็นเหมือน "เมื่อก่อน" ทั้งๆที่ มันได้กลายเป็น past tense ไปแล้ว เป็นการมองกลับไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และเข้าไปมีชีวิตอยู่ในอดีต ไม่ใช่เรื่อง ณ เวลาปัจจุบัน และการใช้ชีวิต ณ ปัจจุบันเลยแม้แต่นิดเดียว

จะไปเรียกร้องให้ทุกอย่างต้องเป็นเหมือนเดิม มีความรู้สึกเดิมๆ เป็นเรื่องที่เป็นความฝันแท้ๆ หากจะนึกว่า แม้แต่ความรู้สึกของเราเอง ยังสามารถเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมได้ แล้วนับประสาอะไรกับคนอื่นๆ ที่จะไปบังคับเขาให้เดินถอยหลังกลับไปได้ ช่างเป็นความอยากได้ ที่เป็นไปไม่ได้ซะจริงๆ

เวลาเขียนออกมาดูง่ายๆ ฉันรู้ แต่หลายๆคนคงบอกว่า ก็เวลาทำจริงมันยากนี่(หว่า)

ก็คงจริงครับ :) เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ฉันเองก็ใช้เวลาเรียนรู้ เรื่องความอยากได้ที่เป็นไปไม่ได้นี้อยู่หลายปีเหมือนกัน (ขอย้ำหลายๆๆๆๆปีนะเออ) กว่าจะเห็น และยอมรับว่าความอยากให้ได้อย่างใจตัวเองนี่แหละ ที่ทำให้ชีวิตหนักอึ้ง

และเรียนรู้ว่าวิธีที่ง่ายในการปลดเจ้าก้อนหนักๆนี้ออกไป คือ ยอมรับมันไปว่า มันจะไม่ได้อย่างที่เราต้องการหรอก ไม่ได้ก็คือไม่ได้ อย่าไปมัว ถ้า หรือ เสียเวลา ทำไมอยู่

ซึ่งทั้งหมดนี้ ถ้าไม่ได้ฝึกหัดนิสัย หรือ ซ้อมใจให้รู้จักกับการ"วาง" นี้ไว้บ้างกับเรื่องอื่นๆในชีวิต ถึงเวลาจริงๆ ก็คงเอาตัวไม่รอด กอดหมอนร้องไห้ไปฮือฮือ ( แฮะ แฮะ..เหมือนใครหว่า )

ที่สำคัญ หากวางได้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้อง ผิดหวังจากกัน โกรธกัน ทุกคนมีสิทธิเลือก และมีสิทธิรอคนที่ใช่ของตัวเองทั้งนั้น

คงจะเหมือนกับที่หลายๆคนเคยว่าไว้ บางที่มันก็ไม่ใช่ the end แต่เป็น the new begiining ต่างหาก

:D เป็นกำลังใจให้ :D

0 Comments:

Post a Comment

<< Home