touch me in the morning
อันที่จริง ได้แรงบันดาลใจการเขียนบันทึกเรื่องนี้มาจาก คุณบี๋ เพื่อนใหม่ ชาว 5 ผู้ส่งเพลง "when you tell me that you love me" มาให้ฟัง (ขอบคุณครับ)
ทำให้นึกถึงเพลง ของป้า Diana Ross หลายๆเพลงที่ชอบ หนึ่งในนั้น คือ touch me in the morning เพลงแรกๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจ ให้แกะเพลงของป้าเขามาฟังต่อไปอีกหลายเพลง ต้นเรื่องมาจาก เรื่องสั้นขำๆปนเศร้าเรื่องหนึ่ง ที่เล่าถึงพ่อหนุ่มคนหนึ่ง ที่ตื่นมาตอนเช้า พบกับบ้านที่ว่างเปล่า และพบว่าภรรยาร่วมเตียงเก็บข้าวเก็บของทั้งหมดออกจากบ้านไป ทิ้งไว้ให้แต่แผ่นเสียง เพลง touch me in the morning ให้ฟัง โดยปราศจากคำอธิบายใดๆ
อ่านจบ จำได้ว่า ไปพยายามหาเพลงนี้มาฟังอยู่นาน กว่าจะเจอและพบว่า นอกจากจะพยายามอธิบายถึงการจบความสัมพันธ์กับใครสักคน ที่ไม่ได้รู้สึกต่อกันเหมือนวันเก่าๆแล้ว อย่าง "We don't have tomorrow, But we had yesterday" แล้ว เพลงยังมีประโยคเก๋ๆ ที่เป็นความจริงไว้เตือนใจกันว่า nothin'good's gonna last forever
อันที่จริง ณ ขณะนี้ ถึงเพิ่ง(เริ่ม)เข้าใจโลกจริงๆ ว่า ไม่ใช่เฉพาะ good หรอก ที่จริงแล้ว ทั้ง bad และ good ก็ไม่ last forever เช่นเดียวกันกับทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ อยู่ที่ ณ ภาวะนั้นๆ เราจะระลึกได้หรือไม่ว่า แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไป ไม่มีอะไรเป็นนิรันดร์
หรือยังอยากจมอยู่ใน ความรู้สึกทุกข์ หรือสุขนั้นๆ จนมันผ่านไปแล้ว แต่ก็ยังคงพยายามยึดเอาไว้ ไม่ปล่อยให้จากไป จนเป็นภาระกับใจเราเอง
สำหรับ Version เลือกมา เป็น version คุณปู่ Andy Williams ที่อยู่ใน soundtrack Godfather คะ แทนที่ version ปรกติของ ป้า Ross ที่เป็น เพลงฮิตขึ้นอันดับหนึ่ง Billboard chart ปี 1973 นานถึง 20 สัปดาห์
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเพลง : http://en.wikipedia.org/wiki/Touch_Me_in_the_Morning
Lyric : http://www.lyricsfreak.com/d/diana+ross/touch+me+in+the+morning_20040409.html">http://www.lyricsfreak.com/d/diana+ross/touch+me+in+the+morning_20040409.html">http://www.lyricsfreak.com/d/diana+ross/touch+me+in+the+morning_20040409.html
( 13 มี.ค. 51)

0 Comments:
Post a Comment
<< Home