อะไรใหญ่ที่สุดในโลก
ได้รับข่าวร่วมสมทบทุน พิมพ์หนังสือ ธรรมบันเทิง ชวนม่วนชื่น ของพระอาจารย์พรหม โดยแก๊งน้องเหมียว อัจฉริยา ณ getdivas ชวนร่วมพิมพ์หนังสือ สำหรับแจกเป็นธรรมทานให้กับโรงเรียน หรือสถานสาธารณะต่างๆ หนังสือสุดสนุก อ่านง่ายๆ ได้ข้อคิด มุมมอง ที่เป็นสากล ไม่ว่าคนอ่านจะอยู่ในศาสนาใด หรือแม้แต่ไม่นับถือ และไม่สนใจศาสนาใดๆก็ตาม
แต่ก็ยังสามารถอ่านได้ อย่างน้อยๆๆที่สุด ก็เพลิดเพลินไปกับเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของผู้เขียน ที่เป็นพระฝรั่ง ที่มาบวชอยู่ในเมืองไทย และกลับไปสอนฝรั่งอีกรอบ ประสบการณ์จึงเป็นทั้งแบบ east meets west หรือ
อีสาณ พบ บักสีดา อย่างน่าคารวะ
มีหลายเรื่องสั้น ที่มาจากประสบการณ์ของผู้เขียน(พระอาจารย์พรหม) ที่หยิบมาอ่านทีไรก็โดนใจทุกรอบไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "ขี้วัวเต็มรถบรรทุก" ที่ให้มุมมองการจัดการโศกนาฎกรรมในชีวิต ที่คุณก็ไม่ได้เชื้อเชิญ แต่มันก็เจ๋อมาเอง แต่หนึ่งในเรื่องโปรดที่จำได้แม่นโดยไม่ต้องกลับไปอ่านอีกคือ เรื่อง อะไรใหญ่ที่สุดในโลก ที่พระอาจารย์เล่าถึงลูกของเพื่อน (สมัยยังไม่บวช)
นึกออกไหมเอ่ย? เตรียมคำตอบไว้ได้เลย
ขออนุญาตเล่าแบบคร่าวๆนะคะ เดี๋ยวจะติดลิขสิทธิ์ออนไลน์ เอาเป็นว่า จากความทรงจำเรื่องเป็นดังนี้ คือ ในชั้นเรียนเด็กป.1 คุณครูถามนักเรียนในห้องว่า รู้ไหมว่า อะไรใหญ่ที่สุดในโลก เด็กชายคนหนึ่งตอบว่า พ่อผมคับ เด็กอีกคนหนึ่งที่เพิ่งไปสวนสัตว์ตอบว่า ช้างครับ เด็กหญิงอีกคนรีบแย่งตอบว่า ภูเขาก่ะ
เด็กหญิงลูกเพื่อนของพระอาจารย์ตอบคุณครูว่า "ตาของหนูค่ะ ใหญ่ที่สุดในโลกเล้ย" ขณะที่ทุกคนในชั้นเงียบไป เพราะกำลังคิดว่าหนูน้อยหมายความว่าอย่างไร เธอก็เฉลยว่า "ก็ตาหนูของหนูสามารถมองเห็นและเก็บภาพคุณพ่อ ช้าง ภูเขา และอื่นๆอีกมากมายไว้ได้ทั้งหมดในตา ดังนั้นตาสิคะที่ใหญ่ที่สุดในโลก"
โอ้ววว..นี่ไงที่เรียกว่า ปัญญา
แต่อย่างไรก็ตาม พระอาจารย์ได้เสริมท้ายเรื่องนี้ว่า จริงๆแล้วจิตใจของเราใหญ่กว่าดวงตาเสียอีก จิตใจของเราสามารถมองเห็นทุกสิ่งที่ตามองเห็น แล้วยังเห็นมากกว่านั้นได้ด้วยจินตนาการของเรา รับรู้ถึงสิ่งที่ตาไม่เคยมองเห็น รับรู้สัมผัสทั้งของจริง และที่สิ่งที่ฝันถึง และยังรับรู้สิ่งที่อยู่เหนือสัมผัสทั้งห้า
ดังนั้น จะเห็นว่าจิตใจของเราสามารถรับรู้ทุกอย่างเท่าที่มนุษย์แต่ละคนจะสามารถรู้เห็นได้ จึงเป็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก :)
อ่านเรื่องเต็มๆ และเรื่องอื่นได้ที่ http://www.thawsischool.com/dhamma-book/download/chuanmuanchaen.pdf นะคะ
แถมเรื่อง ปัญญาที่ไม่ได้เกิดจาการสอนของเด็กอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของเจ้าตัวเล็กของเพื่อน ซึ่งคุณแม่ก็เหมือนคุณแม่ทั่วๆไปที่มุ่งหวังจะให้ลูกเรียนหนังสือเก่งๆ บทสนทนาแม่กะลูกวัย 6 ขวบลูกเป็นดังนี้
แม่ : น้องโอ๊ต ตั้งใจเรียนหนังสือให้เก่งๆนะลูก โตขึ้นน้องโอ๊ตจะได้ไปเป็นหมอ นะลูกนะ...
น้องโอ๊ต : ทำหน้างง ก่อนส่ายหัว
:ไม่เอาครับ ถ้าน้องโอ๊ตไปเป็นหมอ แล้วใครจะมาเป็นน้องโอ๊ตละครับ
แม่: โธ่.....ลูกชั้น นี่มันฉลาดหรือโง่กันแน่......

0 Comments:
Post a Comment
<< Home