Wednesday, October 01, 2008

The Attack of Jellyfish

เริ่มจากการอ่าน ราตรีมหัศจรรย์ หรือ “After Dark” ของ มูราคามิ ฉบับแปลโดยคุณพี่นพดล เวชสวัสดิ์ ของสำนักพิมพ์กำมะหยี่ ก่อน หลังจากนั้นตามธรรมเนียม ทำให้เริ่มลุกลาม เอาเล่มอื่นๆ กลับมาอ่านเทียบเคียง ไปๆมา เลยอ่านย้อนกลังกลับไปอีก สองเล่ม เล่มแรกที่คิดถึงก่อนเลย คือ The Wind-Up Bird Chronicle ที่แอบคิดว่า After Dark กับเรื่องนี้ มันมีอะไรเหมือนๆกันอยู่อย่างมาก นั่นคือ การแสวงหา และตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวตนและ สิ่งที่เราคิดว่าเรามองเห็น ที่อาจเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา เป็นเพียงแค่แสงสะท้อนจากเรียวแสงที่ส่องผ่าน หรือ สิ่งสะท้อนจากโลกคู่ขนานอื่นๆ ที่มีอยู่นับไม่ถ้วน หรืออาจเป็นแค่ร่างกลวงๆ ที่ข้างใน ตัวตนจะใส่อะไรเข้าไปก็ได้

ตัวตนที่เป็นฉันตกลงแล้วคือใครกันแน่ ใน after dark เอริ สาวน้อยนางแบบหน้าหวาน พี่สาวคนสวยของมาริ ตั้งใจนอนหลับไม่ตื่น หรือว่า ตัวตนของเอริถูกขัง หาทางออกไม่ได้ อยู่ในโลกคู่ขนานของเธอ หรือว่าเธอวิ่งหนีปัญหาขนาดใหญ่มหึมาของเธอสุดชีวิต จนไม่อยากตื่นขึ้นมาจากโลกของเธอ ไม่มีใครตอบได้ ผู้อ่านได้เล่นบทเป็นผู้สังเกตการณ์หรือนักเฝ้าดูความเป็นไปในโลกยามราตรี

ในขณะเดียวกัน มาริ น้องสาว สาวน้อยธรรมดาๆ ที่ออกมาใช้ชีวิตยามดึกกลางมหานครโตเกียว นั่งแขวน อ่านหนังสืออยู่ในร้านอาหารที่เปิด 24 ชั่วโมง ถูกลากไปเป็นล่ามจำเป็นในโรงแรมฉ่ำรัก (ชอบคำแปลนี้ของคุณนพดลมากก ) ที่ชื่อว่าอัลฟาวิลล์ ที่เป็นชื่อเมืองอนาคตจากหนังเซอร์ของฌอง ลุค โกดาร์ เพราะว่าในอัลฟาวิลล์ไม่อนุญาตให้มีความรู้สึกล้ำลึก ได้พบพานผู้คนยามราตรีที่กำลังตามหา หรือถูกตามหาบางสิ่ง รอคอยบางอย่างให้ออกมาจากโลกอีกด้านหนึ่ง โลกลี้ลับยามกลางคืน ไหลเลื่อนไปในทิศทางที่ไม่อาจคาดเดา

หรือ เป็นว่าสาวน้อยกำลังพยายามแสวงหาตัวตนทีมีอยู่ จากบ้านที่ไม่เคยมองเห็นเธอ เป็นไปได้ที่คนเราจะคบหาผูกพันใกล้ชิด แม้จะวางระยะห่างระหว่างสองคนไว้แล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไร ระยะที่คนหนึ่งคิดว่าเหมาะสมแล้ว อาจห่างไปสำหรับอีกคนหนึ่ง

เช่นเดียวกับโทรุ โอคาดะ ชายผู้สุดแสนสามัญ ใน wind-up bird chronicle ที่ไม่เฉลียวใจกับระยะห่างระหว่างเขากับภรรยา คูมิโกะ ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้หญิงซึ่ง โทรุ โอคาดะบรรยายไว้ว่า like two tiny lights traveling in tandem through a vast darkness and drawing imperceptibly closer to each other as they go. แล้ววันหนึ่งเธอเดินออกไปจากชีวิตเขาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ระหว่างการพยายามตามหาเธอ ผู้ชายสุดแสนธรรมดาต้องพบเจอกับผู้คนผู้ไม่ธรรมดาทั้งหลาย ที่ล้วนแต่เป็นผู้มีปัญหาเรื่องตัวตน และภาวะความมีตัวตนของตนเองทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยเม คาซาฮารา สองสาวพี่น้องคู่เพี้ยนพิลึก มอลตา และครีตา คาโน หรือคู่แม่ลูกนัทเม็ก และ ซินนามอน ทุกผู้คนต่างมีร่างบนโลก และอีกตัวตนหนึ่งอยู่ที่หนึ่งที่ใดสักแห่ง ตัวตนไหนควรจะเป็นตัวตนจริง หรือทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะจริงๆแล้ว ชีวิตที่เราคิดมีตัวตนอยู่ไม่ได้มีทั้งสิ้น ทุกอย่างเป็นเสมือนภาพฝันตามแต่ใจสร้างและเดินทางไปได้ กายเนื้อเป็นเพียงภาชนะรองรับจิตใจที่เคลื่อนไหวไปได้เกินกว่าจินตนาการ เหมือนอย่างที่คูมิโกะบอกกับโทรุ โอคาดะ เมื่อถูกถามว่า ทำไมเธอถึงได้หลงใหลในแมงกะพรุนนัก คูมิโกะให้คำอธิบายไว้ว่า ยามที่เธอมองเข้าไปในฝูงแมงกะพรุนเธอพบว่า

What we see before us is just one tiny part of the world. We get into the habit of thinking . This is the world, but that’s not true at all. The real world is a much darker and deeper place than this, and most of it is occupied by jellyfish and things. We just happen to forget all that. Two-thirds of the earth’s surface is ocean, all we can see of it with naked eye is the surface : the skin. We hardly know anything about what’s underneath the skin.

คงคล้ายๆกับศาสนาพุทธที่บอกว่า ชีวิตบนโลกก็เหมือนกับภาพฝัน หรือ ภาพลวงตาในโอเอซิสนั่นแหละ ไม่ได้มีอยู่จริง ทุกสิ่ง ทั้งหลายทั้งปวง สร้างขึ้น สมมติขึ้น จากการรับรู้ของหู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ทั้งสิ้น เริ่มต้นจากสร้างสิ่งที่เรียกว่าใจ และกายขึ้นมา แล้วขยายขอบเขตออกมารับรู้ สร้าง สมมติสิ่งที่อยู่ข้างนอกกาย และใจ ด้วยการรับรู้จากกายและใจของตน

ถ้าวันใดวันหนึ่ง ตื่นขึ้นมาได้จากความฝัน เห็นว่ากาย และใจเป็นเพียงของที่ถูกสร้างขึ้น ปล่อยวางกลับคืนสู่โลก กลับสู่ธรรมชาติได้ ภาพลวงตาทั้งหลายก็จะหมดไป แต่ถ้ายังไม่ตื่น ก็ยังคงสร้างฝันซ้อนฝัน สร้างตัวตนซ้อนตัวตนขึ้นมานับไม่ถ้วน ภายในโลกลึกมืดนับไม่ถ้วน ไร้จำกัดของใจ

แถมท้าย ใครที่เป็นแฟน Wind-up bird chronicle ขอเชิญชวนให้ไปลองฟัง aeroplain นักดนตรี(เดี่ยว) ที่ทำเพลงทั้งอัลบัมมาด้วยแรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนี้ เป็นดนตรีแนวที่เจ้าของอัลบัมว่าไว้ว่า มันเป็นอิเลกโทรนิกา แจ๊ซ ผสมคลาสสิคและอื่นๆ ถ้าชอบแนวเพลงประเภทวง air หรือ แนว chillout อยู่แล้วน่าจะชอบถึงชอบมาก แต่ถ้าไม่ใช่คนฟังดนตรีแนวนี้ แต่อ่านหนังสือเล่มนี้ไปแล้ว ขอให้ลองฟังกันดู อาจจะอยากกลับไปอ่านหนังสือใหม่อีกสักรอบ ฉันชอบ Kumiko แทรคโปรดแทรคหนึ่ง ทำออกมาได้ Kumiko มากๆ ถ้าอ่านหนังสือแล้วมูราคามิพาคุณไปผจญภัยในโลกคู่ขนานไร้ขอบเขตของเขาได้ อัลบัมนี้ก็พาหลอนได้ประมาณใกล้เคียงกันทีเดียวเชียว

แต่อย่างไรก็ตาม อย่างที่เจ้าของอัลบัมนี้เขาว่าไว้ ถึงแม้จะไม่ได้อ่าน wind-up bird chronicle มาก่อน แต่ก็ยังสามารถฟังเพลงเขาอย่างเพลิดเพลินได้เช่นเดียวกัน อย่างเช่น เพลง Mr.Wind-up bird นั้นแสนจะน่ารัก มีเสน่ห์น่าตามไปผจญภัยด้วยกันกับ Mr.Wind-up bird เป็นอย่างยิ่ง ส่วน Creta Kano Song หรือ Music of words นั้นออกแนวแจ๊สค่อนข้างชัด แถมแอบผสมทำนอง

เพลงคลาสสิคเข้าไปเนียนๆ เป็นระยะ ฟังเล่นๆก็เพลินเหมือนกัน ลองเข้าไปดูที่ http://aeroplain.interiority.com/ เป็นอัลบัมที่เจ้าของอนุญาตให้ดาวน์โหลดมาฟังได้ฟรีคะ

0 Comments:

Post a Comment

<< Home