บทเรียนของการอ่อนซ้อม กับ อาการ”เกรียน”
อาทิตย์ที่ผ่านมา เพิ่งเห็นอะไรบางอย่างกับการคะนองเที่ยวไปคอมเมนต์ชาวบ้านเล่น
เหตุเกิดจากการคืนว่าง ที่มีเวลาเข้าไป ลัลลา ยู้ฮูกับบ้านคนโน้นคนนี้
แล้วก็ไปสะดุดเอาข้อความในบ้านของเพื่อนคนหนึ่ง โดยไม่ทันนึกอะไร ( ก็แปลว่า ไม่มีสตินั่นเอง)
ก็พลันเขียนคอมเมนต์วิจารณ์บ้านเขาตูมไป
ปิดเครื่องเดินออกจากห้องไปแล้ว ก็พลันมีโยนิโสมนสิการ ( อืมม์...ช้าจริงแกนี่ดูตามหลังเป็นนาทีเลยเชียวนะ) อันก็คือ การวางใจให้ถูกมุม พอพลิกถูกมุมปุ๊ป ก็แทบจะร้อง เฮ้ย..ไอ้เมื่อกี้นั่นมันอัตตาตัวเองอย่างเบิ้มเลยนี่นา เที่ยวไปคอมเมนต์คนอื่น โดยใช้มุมมอง และบรรทัดฐานของตัวเองเป็นตัวตัดสินคนอื่น
นอกจากนั้น ที่เห็น และที่เป็น (ไปแล้ว) คือ อาการอยากมีตัวตน และอยากให้คนอื่นเห็นตัวตน โดยแสดงออกด้วยการใช้วาจา(แอบ)ทิ่มชาวบ้านเขาแถมยังเป็นแบบ ใช้สมองซีกซ้ายขวาประมวลผลพร้อมกัน ( แปลว่ามุขมันลึกอ่ะ เลยไม่มีคนจับได้) แอบอวดฉลาด (ที่ความจริงไร้สาระ)
คุณๆ คงเคยมีประสบการณ์กันมาบ้าง พวกเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา หรือ คนใกล้ๆตัว ที่มีความสุข สะใจกับการใช้วาจาทิ่มแทง เสียดสี หรือ จิกตีชาวบ้าน ทำเข้าบ่อยๆ จนติดเป็นนิสัย วันไหนไม่ได้ทิ่มแทงใคร วันนั้นก็จะไม่มีใครมองเห็น กลายเป็นมนุษย์ผู้ไม่มีตัวตนไป นั่นแหละคือที่ฉันอยากบอก
ความจริง อาการคล้ายๆแบบนี้ ชาวสังคมออนไลน์ เขามีศัพท์เฉพาะเรียกกันว่า “เกรียน” กล่าวโดยง่าย พวกเกรียนทั้งหลาย คือพวกที่อยู่ๆ เข้ามาป่วนเว็บโดยไม่มีเหตุผลและสาระ เข้ามาใช้คำหยาบคาย ด่าทอผู้อื่นอย่างไร้เหตุผล หรือ ทำตัวเรียกร้องความสนใจ มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง และคิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกเสมอ ทั้งข้อเขียนและความคิด
ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่พวกเกรียนต้องการ คือ เรียกร้องให้มีคนสนใจ เกรียนบางคน แอบยิ้มที่มีคนเข้ามาด่า หรือโต้ตอบ เดิมที พวกเกรียนจำกัดอยู่ในสังคมเกมส์ออนไลน์ แต่ต่อมาได้แพร่ระบาดเข้ามาในเว็บบอร์ดยอดนิยมต่างๆ และ เวทีสื่อสารบนอินเตอร์เน็ตอื่นๆ
ถึงฉันจะยังไม่ถึง ระดับ “เกรียน” หรือ “เกรียนเทพ” (J 55) แต่นี่เป็นครั้งแรกในระยะนี้ ที่เห็นทัน( ถึงจะช้าไปนิด) แรงผลักแฝง หรือกิเลส ที่มากับการเขียน ซึ่งปรกติแล้วจะเห็นแต่การติดดี และการเขียนดีๆเข้าไว้ จะได้ดูๆเป็นคนดี ซึ่งก็ยังเป็นกิเลสประเภทหนึ่งเหมือนกัน J แต่อันที่จริงแล้วนางมารในร่างก็ยังกินดีอยู่ดีเหมือนเดิม
นี่คงเป็นบทเรียนของการอ่อนซ้อมของการปฏิบัติของฉัน ที่ช่วงนี้มัวเพลินเพลิดกับเรื่องโน้นเรื่องนี้ ละเลยกับการปฏิบัติพื้นฐานไป จน(เกือบ)จะดูใจตัวเองไม่ทัน ..เฮ้อ อย่างที่อาจารย์ท่านว่าไว้ ของจริงนิ่งเป็นใบ้ ของไม่ใช่ยังพูดอยู่ (ตรงนี้ไง)
คิดถึงพี่ผู้เป็นกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ที่เคยเตือนไว้ให้ระวังๆ การใช้อินเตอร์เน็ต เพราะ หากพลาดพลั้ง สร้างกรรมไม่ดี ก็สามารถกระทบไปถึงคนหมู่มาก ต่อเนื่องกันไปลูกโซ่อย่างมหาศาล เกินความคาดคิด ถ้าใช้ในทางที่ดี ก็เป็นประโยชน์ต่อคนหมู่มากอย่างมหาศาลเช่นเดียวกัน และการเข้าเว็บบอร์ดบ่อยๆ อาจทำให้เกิดอาการฟุ้งไปได้ ( อย่างฉันนี่ไง) แต่อย่างไรก็ตาม คดีนี้ไม่มีโจทก์ เนื่องจาก (น่าจะเป็น)โจทก์ไม่เข้าใจมุข แถมยังท่าจะงงๆว่า แก
โวยวาย ขอโทษทำติ้ว’ไร (55) แต่เพื่อเป็นการทบทวนข้อผิดพลาดของตนเอง เลยขอเอามาเขียนประจาน เอ้ย เป็นประสบการณ์เสียหน่อย
ช่วงนี้เห็นที จะต้องอำลาไปสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต (ทางธรรม) หน่อยละคะ เดี๋ยวจะโอตากุมากกว่าเดิม บาย J
หมายเหตุ : สนใจ เรื่อง "เกรียน" ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อันไซโคลพิเดีย ไร้สาระนุกรมเสรี http://th.uncyclopedia.info/wiki/Grean ได้นะคะ หรือ ถ้าต้องการมีประสบการณ์ตรงกับเกรียน ขอให้ไปตั้งกระทู้การเมืองล่อเป้าไว้ตามเว็บบอร์ดดังๆ แต่ถ้าสนใจเรื่องการปฏิบัติ เพื่อให้ถึงเป้าหมายแห่งการพ้นทุกข์ ขอให้ตรงไปยัง http://www.wimutti.net เลยค้า







